เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ความสำคัญ การคัดแยกผู้ป่วย และการดูแลในภาวะวิกฤต
(emergency-medicine):-12345678คำเตือนสำคัญ: หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงถึงแก่ชีวิต เช่น หมดสติ หายใจไม่ออก หรือเจ็บหน้าอกรุนแรง โปรดโทรเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินในท้องถิ่นทันที (ในประเทศไทย โทร 1669) CloudHospital ทำหน้าที่ประสานงานและให้ข้อมูลสถานพยาบาลเท่านั้น ไม่สามารถให้บริการกู้ชีพฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุได้
เวชศาสตร์ฉุกเฉิน คือด่านหน้าของระบบสาธารณสุขที่รับผิดชอบการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บเฉียบพลัน ซึ่งต้องการการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันการเสียชีวิตหรือความพิการถาวร แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน มีความเชี่ยวชาญพิเศษในการประเมินอาการอย่างรวดเร็ว (Rapid Assessment) และการกู้ชีพ (Resuscitation) เพื่อรักษาสัญญาณชีพให้คงที่ก่อนส่งต่อผู้ป่วยไปยังแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่น
ที่ CloudHospital เราเข้าใจดีว่าในยามวิกฤต ทุกวินาทีมีความหมาย เราจึงรวบรวมข้อมูลโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานระดับสากล พร้อมแผนกฉุกเฉินที่มีศักยภาพสูง เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะอยู่ในประเทศของคุณหรือเดินทางต่างประเทศ
บทบาทและความสำคัญของแผนกฉุกเฉินในระบบสาธารณสุข
8แผนกฉุกเฉิน หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ "ห้องฉุกเฉิน"ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ทำแผลหรือฉีดยา แต่เป็นศูนย์กลางของการจัดการภาวะวิกฤตที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง บทบาทหลักของแผนกฉุกเฉินประกอบด้วย:
การกู้ชีพ (Resuscitation): สำหรับผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้น หรือระบบหายใจล้มเหลว
การคัดกรองและวินิจฉัยด่วน: แยกแยะผู้ป่วยวิกฤตออกจากผู้ป่วยทั่วไป เพื่อให้ทรัพยากรไปถึงคนที่จำเป็นที่สุดก่อน
การจัดการอุบัติเหตุหมู่: รองรับผู้บาดเจ็บจำนวนมากจากภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุจราจร
ประตูสู่การรักษาเฉพาะทาง: เป็นจุดเชื่อมต่อไปยัง ศูนย์หัวใจ ศูนย์สมอง หรือห้องผ่าตัดฉุกเฉิน
ระบบการคัดแยกผู้ป่วย: ใครควรได้รับการรักษาก่อน?
(triage-system):ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับห้องฉุกเฉินคือ "มาก่อนได้รักษาก่อน" แต่ในความเป็นจริง แผนกฉุกเฉินใช้ระบบ (ทรีเยจ) หรือการคัดแยกผู้ป่วยตามความรุนแรงของโรค เพื่อรักษาชีวิตของผู้ที่อยู่ในภาวะวิกฤตที่สุดก่อน โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 5 ระดับ:
ระดับวิกฤต: ผู้ป่วยที่มีภาวะคุกคามต่อชีวิตทันที ต้องได้รับการช่วยเหลือเดี๋ยวนี้ เช่น หัวใจหยุดเต้น, หยุดหายใจ, ชักไม่หยุด
ระดับฉุกเฉินมาก: ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง สัญญาณชีพไม่คงที่ หรือซึมสับสน เช่น เจ็บหน้าอกรุนแรง (สงสัยหัวใจขาดเลือด), อัมพาตครึ่งซีกเฉียบพลัน (สงสัย Stroke), หอบเหนื่อยมาก
ระดับปานกลาง: ผู้ป่วยที่สัญญาณชีพคงที่แต่ต้องได้รับการตรวจรักษาโดยเร็ว เช่น ปวดท้องรุนแรง, เลือดออกแต่หยุดกดได้, กระดูกหัก (ที่ไม่มีแผลเปิดรุนแรง)
ระดับกึ่งฉุกเฉิน : ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยแต่รอได้ เช่น แผลถลอก, ปวดศีรษะไมเกรน, ท้องเสีย (ไม่ขาดน้ำรุนแรง)
ระดับไม่ฉุกเฉิน : ผู้ป่วยทั่วไป เช่น มาขอใบรับรองแพทย์, ล้างแผลเก่า, รับยาเดิม
การเข้าใจระบบนี้จะช่วยให้คุณและญาติลดความวิตกกังวลเมื่อต้องรอคิว หากแพทย์กำลังช่วยชีวิตผู้ป่วยระดับ 1 อยู่
โรคและภาวะฉุกเฉินที่พบบ่อย
(common-conditions)แผนกฉุกเฉินมีความพร้อมในการรับมือกับโรคและอาการที่หลากหลาย ตั้งแต่อาการเจ็บป่วยทั่วไปจนถึงภาวะวิกฤต:
ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน: อาการเจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปที่แขนหรือกราม เหงื่อแตก ตัวเย็น
โรคหลอดเลือดสมอง : ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงทันทีทันใด ต้องได้รับยาละลายลิ่มเลือดภายใน 4.5 ชั่วโมง
อุบัติเหตุและภยันตราย : อุบัติเหตุจราจร ตกจากที่สูง แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก กระดูกหัก
ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด: ไข้สูง หนาวสั่น ซึมลง ความดันโลหิตต่ำ
ภาวะหายใจล้มเหลว: จากโรคหอบหืดกำเริบ ปอดอักเสบ หรือสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ
อาการแพ้รุนแรง: ผื่นลมพิษขึ้นทั่วตัว หายใจไม่ออก หน้าบวม ความดันตก
สัญญาณเตือน: เมื่อไหร่ที่ควรไปห้องฉุกเฉินทันที
:หลายครั้งที่ผู้ป่วยลังเลว่าจะไปโรงพยาบาลดีหรือไม่ หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรรีบไปห้องฉุกเฉินทันที:
เจ็บหน้าอกเหมือนมีของหนักทับ หรือเจ็บร้าวไปที่ไหล่ซ้าย/กราม
หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หรือหายใจมีเสียงวี๊ด
พูดจาสับสน แขนขาอ่อนแรง หรือหน้าเบี้ยวทันที
อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ
ปวดท้องรุนแรงจนทนไม่ไหว
ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะแล้วหมดสติ หรืออาเจียนพุ่ง
ไข้สูงในเด็กเล็ก (โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน)
มีบาดแผลเลือดออกมาก กดแล้วไม่หยุดไหล
หากอาการไม่รุนแรง เช่น เป็นหวัด เจ็บคอ หรือปวดเมื่อยทั่วไป การใช้บริการคลินิกนอกเวลาหรือแผนกผู้ป่วยนอก (OPD) อาจเป็นทางเลือกที่สะดวกรวดเร็วกว่า
การวินิจฉัยและประเมินผลในภาวะวิกฤต
6812ความรวดเร็วและความแม่นยำคือหัวใจสำคัญของเวชศาสตร์ฉุกเฉิน เครื่องมือและกระบวนการวินิจฉัยจึงถูกออกแบบมาให้ทราบผลในเวลาอันสั้น:
การประเมินเบื้องต้น
1.-(primary-survey)แพทย์จะประเมิน "ABCDE" (Airway, Breathing, Circulation, Disability, Exposure) ภายในไม่กี่นาทีแรก เพื่อค้นหาและจัดการภาวะที่ทำให้เสียชีวิตทันที
การตรวจทางห้องปฏิบัติการเร่งด่วน
2.-(point-of-care-testing)21314เอนไซม์หัวใจ: ตรวจค่าเอนไซม์หัวใจเพื่อวินิจฉัยภาวะหัวใจวาย
การวิเคราะห์ก๊าซในเลือด: ตรวจก๊าซในเลือดเพื่อดูความเป็นกรดด่างและระดับออกซิเจน
การตรวจการแข็งตัวของเลือ: ตรวจการแข็งตัวของเลือดในผู้ป่วย Stroke
การถ่ายภาพรังสีวินิจฉัย
3.-(emergency-imaging)การตรวจ FAST (อัลตราซาวนด์): อัลตราซาวด์หารอยรั่วของเลือดในช่องท้องและช่องอกสำหรับผู้ป่วยอุบัติเหตุ
การสแกน CT: เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (สำหรับ Stroke/Head Injury) หรือช่องท้อง
เครื่องเอ็กซ์เรย์แบบพกพา: เอกซเรย์ปอดและกระดูกที่เตียงผู้ป่วยโดยไม่ต้องเคลื่อนย้าย
ขั้นตอนการรักษาและการกู้ชีพ
(treatments-and-resuscitation)เมื่อวินิจฉัยได้แล้ว ทีมแพทย์จะเริ่มให้การรักษาเพื่อรักษาชีวิตและลดความพิการ:
การกู้ชีพขั้นสูง
(advanced-life-support)CPR และการช็อกไฟฟ้าหัวใจ: การนวดหัวใจผายปอดกู้ชีพและการใช้เครื่องมัลติฟังก์ชั่นหัวใจสำหรับหัวใจหยุดเต้น
การใส่ท่อช่วยหายใจ: การใส่ท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจในขณะที่หายใจเองไม่ได้
การเข้าถึงทางหลอดเลือดดำ: โปรตีนเส้นเลือดหรือเจาะเข้าไขกระดูก (IO) เพื่อให้ยาและสารน้ำกู้ชีพ
หัตถการฉุกเฉิน
(emergency-procedures)เย็บแผล (Suturing): สำหรับบาดแผลเปิด
ใส่เฝือกอ่อน (Splinting): ดามกระดูกหักเพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบาดเจ็บเพิ่ม
เจาะระบายลม/เลือดในปอด (Chest Tube): สำหรับภาวะปอดรั่ว
ล้างท้อง (Gastric Lavage): ในกรณีได้รับสารพิษ (ทำเฉพาะบางกรณีตามข้อบ่งชี้ปัจจุบัน)
การดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุและศัลยกรรมฉุกเฉิน
(trauma-care)5716ในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิหรือศูนย์อุบัติเหตุ (Trauma Center) จะมีทีมศัลยแพทย์อุบัติเหตุพร้อมผ่าตัดทันที:
การผ่าตัดเพื่อควบคุมความเสียหาย: การผ่าตัดเพื่อหยุดเลือดและป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งไปผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติอย่างละเอียดในภายหลัง
การบาดเจ็บทางระบบประสาท: การผ่าตัดสมองฉุกเฉินเพื่อลดแรงดันในกะโหลกศีรษะจากเลือดออก
การบาดเจ็บทางศัลยกรรมกระดูก: การดึงกระดูกและยึดตรึงกระดูกหักแบบเร่งด่วน
การดูแลฉุกเฉินในเด็กและผู้สูงอายุ
(pediatric-and-geriatric-er)16ห้องฉุกเฉินสำหรับเด็ก: เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก สรีรวิทยาและขนาดยาต่างกันอย่างสิ้นเชิง โรงพยาบาลชั้นนำจะมีโซนฉุกเฉินสำหรับเด็กโดยเฉพาะ พร้อมกุมารแพทย์และอุปกรณ์ขนาดเด็ก
ห้องฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุ: ผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวซับซ้อนและอาการแสดงที่ไม่ตรงไปตรงมา (เช่น ปอดอักเสบอาจไม่มีไข้ แต่มีอาการซึม) การดูแลจึงเน้นความละเอียดรอบคอบและการป้องกันภาวะสับสน (Delirium)
บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
(medical-transport-and-evacuation)31718สำหรับผู้ที่เจ็บป่วยในต่างประเทศหรือพื้นที่ห่างไกล การเข้าถึงโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงเป็นเรื่องจำเป็น บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยประกอบด้วย:
รถพยาบาลฉุกเฉิน: สำหรับระยะทางไม่ไกล พร้อมทีม Paramedic
เรือพยาบาล: สำหรับพื้นที่เกาะ
เครื่องบินพยาบาล: "ICU ลอยฟ้า" พร้อมทีมแพทย์และอุปกรณ์ครบครัน สำหรับเคลื่อนย้ายข้ามประเทศ หรือจากพื้นที่ทุรกันดาร
เปลหามทางการค้า: การเคลื่อนย้ายโดยสายการบินพาณิชย์พร้อมพยาบาลดูแล .
CloudHospital สามารถประสานงานบริการ Medevac เพื่อนำคุณกลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาลในเครือข่ายที่มีความพร้อม หรือส่งตัวกลับประเทศภูมิลำเนา (Repatriation)
ความเสี่ยงและมาตรฐานความปลอดภัยในห้องฉุกเฉิน
68ห้องฉุกเฉินเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง โรงพยาบาลมาตรฐาน JCI จึงมีมาตรการเข้มงวด:
การควบคุมการติดเชื้อ: แยกห้องผู้ป่วยโรคติดต่อทางเดินหายใจ (Negative Pressure Room)
ความปลอดภัยของยา: ระบบตรวจสอบความถูกต้องก่อนให้ยาฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงสูง (High-Alert Drugs)
การระบุตัวผู้ป่วย: ป้องกันความผิดพลาดท่ามกลางความวุ่นวาย
เทคโนโลยีและนวัตกรรมในเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
การแพทย์ทางไกล: ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผ่านระบบวิดีโอแบบ Real-time เช่น ให้หมอสมองดูฟิล์ม CT Scan เพื่อสั่งยาละลายลิ่มเลือดแม้ตัวหมอจะยังมาไม่ถึง
การคัดแยกผู้ป่วยด้วย AI: ปัญญาประดิษฐ์ช่วยวิเคราะห์สัญญาณชีพเพื่อทำนายแนวโน้มที่ผู้ป่วยจะทรุดลง
กล้องส่องตรวจกล่องเสียงแบบวิดีโอ: อุปกรณ์ช่วยใส่ท่อช่วยหายใจแบบมีกล้องวิดีโอ เพิ่มโอกาสสำเร็จในการใส่ท่อครั้งแรก
ราคาประเมินค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินในแต่ละประเทศ
(estimated-costs)ค่าใช้จ่ายในแผนกฉุกเฉินแปรผันตามความซับซ้อนของอาการ (เช่น การทำ CT Scan, การผ่าตัดด่วน, หรือการนอน ICU) ตารางด้านล่างแสดงราคาประเมินสำหรับชาวต่างชาติในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ:
การรักษาฉุกเฉิน | สหรัฐอเมริกา (USA) | ตุรกี (Turkey) | ไทย (Thailand) | เกาหลีใต้ (South Korea) |
การปรึกษาแพทย์ห้องฉุกเฉิน | $2,700 – $5,000 | $300 – $1,000 | $200 – $800 | $400 – $1,200 |
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ศีรษะ/สมอง | $1,000 – $2,500 | $150 – $500 | $200 – $600 | $300 – $700 |
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) + เฝ้าระวังการทำงานหัวใจ | $500 – $1,200 | $80 – $250 | $100 – $300 | $150 – $400 |
ใส่ท่อช่วยหายใจ + เครื่องช่วยหายใจ | $5,000 – $12,000 | $800 – $3,000 | $1,000 – $4,000 | $1,500 – $5,000 |
ผ่าตัดไส้ติ่งฉุกเฉิน | $12,000 – $25,000 | $2,000 – $6,000 | $2,500 – $7,000 | $3,000 – $8,000 |
ผ่าตัดฉุกเฉินกรณีท้องนอกมดลูกแตก | $15,000 – $30,000 | $3,000 – $8,000 | $3,000 – $9,000 | $4,000 – $10,000 |
อาการหอบหืดรุนแรง – รักษาใน ICU | $8,000 – $18,000 | $1,500 – $5,000 | $2,000 – $6,000 | $3,000 – $8,000 |
โรคหลอดเลือดสมอง – ให้ยาละลายลิ่มเลือด tPA | $10,000 – $30,000 | $2,000 – $7,000 | $2,500 – $8,000 | $4,000 – $12,000 |
การรักษาแผลไฟไหม้ระดับปานกลาง | $20,000 – $40,000 | $4,000 – $10,000 | $5,000 – $12,000 | $6,000 – $15,000 |
เลือดออกภายใน – ผ่าตัดฉุกเฉิน | $18,000 – $35,000 | $3,500 – $9,000 | $4,000 – $11,000 | $5,000 – $13,000 |
ภาวะพิษ/ใช้ยาเกินขนาด – ICU และยาแก้พิษ | $7,000 – $15,000 | $1,200 – $4,000 | $1,500 – $5,000 | $2,000 – $6,000 |
การจัดการอาการชักในเด็ก | $4,000 – $9,000 | $700 – $2,500 | $800 – $3,000 | $1,000 – $4,000 |
หมายเหตุ: ราคานี้เป็นเพียงการประมาณการสำหรับกรณีฉุกเฉินทั่วไป (เช่น ปวดท้องรุนแรง แผลเย็บ อาหารเป็นพิษรุนแรง) ไม่รวมค่าผ่าตัดใหญ่หรือการนอนไอซียูยาวนาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผนกฉุกเฉิน
(faqs)1. เมื่อไหร่ควรเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินแทนการขับรถไปเอง?
q:ควรเรียกรถพยาบาลเมื่อผู้ป่วยมีอาการวิกฤต เช่น หมดสติ หายใจไม่ออก เจ็บหน้าอกรุนแรง หรือสงสัยว่ามีการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง ซึ่งการอุ้มหรือเคลื่อนย้ายผิดวิธีอาจทำให้อัมพาตได้ รถพยาบาลมีอุปกรณ์กู้ชีพและทีมแพทย์ที่สามารถเริ่มการรักษาได้ทันทีระหว่างเดินทาง
2. ประกันสุขภาพหรือประกันเดินทางครอบคลุมค่ารักษาฉุกเฉินหรือไม่?
qกรมธรรม์ส่วนใหญ่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน (Emergency Medical Expenses) และการเคลื่อนย้ายเพื่อการรักษา (Medical Evacuation) อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบวงเงินความคุ้มครองและเงื่อนไข "Pre-existing conditions" (โรคที่เป็นมาก่อน) ก่อนการเดินทาง
3. ทำไมต้องรอนานในห้องฉุกเฉิน?
3ลำดับการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ (Triage Level) ไม่ใช่ลำดับก่อนหลัง หากมีผู้ป่วยวิกฤต (เช่น หัวใจหยุดเต้น) เข้ามา ทีมแพทย์จำเป็นต้องระดมกำลังไปช่วยชีวิตผู้ป่วยรายนั้นก่อน ทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงอาจต้องรอ
4. ค่ารักษาพยาบาลในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเอกชนแพงไหม?
4ค่าใช้จ่ายมักสูงกว่าแผนกผู้ป่วยนอกปกติ เนื่องจากมีค่าบริการ "ฉุกเฉิน" ค่าแพทย์เวร และค่าอุปกรณ์กู้ชีพ แต่อแลกมาด้วยความพร้อมของทีมแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมือตลอด 24 ชั่วโมง การมีประกันสุขภาพจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้มาก
5. CloudHospital ช่วยในกรณีฉุกเฉินได้อย่างไร?
q:-cloudhospitalเราไม่ได้ให้บริการกู้ชีพหน้างาน แต่เราช่วย "Connect" คุณกับโรงพยาบาลปลายทางที่เหมาะสมที่สุด ประสานงานเรื่องเตียง ICU และจัดการเรื่องเอกสารประกันภัย รวมถึงจัดหาบริการ Air Ambulance หากคุณต้องการย้ายโรงพยาบาลข้ามประเทศ
CloudHospital ช่วยคุณเข้าถึงบริการฉุกเฉินและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้อย่างไร
cloudhospitalCloudHospital เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงคุณกับเครือข่ายโรงพยาบาลชั้นนำทั่วโลก เราช่วยให้การเข้าถึงการรักษาเป็นเรื่องง่ายขึ้น:
ค้นหาโรงพยาบาลมาตรฐาน: เราคัดเลือกเฉพาะโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
ประเมินค่าใช้จ่าย: ช่วยประสานงานขอใบเสนอราคาเบื้องต้นสำหรับการรักษาต่อหรือการผ่าตัด (ในกรณีที่อาการคงที่แล้ว)
บริการล่าม: ลดกำแพงภาษาเมื่อต้องเข้ารักษาในต่างแดน
เส้นทางของผู้ป่วย: จากจุดเกิดเหตุสู่การพักฟื้น
(patient-journey):-21519จุดเกิดเหตุ: โทรแจ้งเหตุ 1669 หรือศูนย์รับแจ้งเหตุของโรงพยาบาล รถพยาบาลออกปฏิบัติการ
การคัดแยก : พยาบาลประเมินอาการ วัดสัญญาณชีพ และกำหนดระดับความเร่งด่วน
โซนรักษา :
Resuscitation Room: สำหรับผู้ป่วยวิกฤต
Observation Room: สำหรับสังเกตอาการ 4-6 ชั่วโมง
การวินิจฉัย: เจาะเลือด เอกซเรย์ สแกนสมอง
การตัดสินใจ :
Admit: เข้ารักษาตัวในหอผู้ป่วยใน (Ward) หรือ ICU
Discharge: รับยากลับบ้าน พร้อมคำแนะนำ
Transfer: ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า
การชำระเงิน: ติดต่อแผนกการเงินหรือเคลมประกัน
สรุปและขั้นตอนต่อไป
อุบัติเหตุและความเจ็บป่วยฉุกเฉินเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด แต่การเตรียมพร้อมข้อมูลคือสิ่งที่ทำได้ เวชศาสตร์ฉุกเฉินคือศาสตร์แห่งการกู้ชีวิตที่ทำงานแข่งกับเวลา การเลือกโรงพยาบาลที่มีความพร้อมทั้งทีมแพทย์ เครื่องมือ และระบบส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ คือหลักประกันความปลอดภัยสำหรับคุณและคนที่คุณรัก
หากคุณต้องการวางแผนการรักษาต่อเนื่องหลังจากผ่านพ้นภาวะวิกฤต หรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยข้ามประเทศ: