รังสีวิทยาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์

รังสีวิทยาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์

วันที่อัพเดทล่าสุด: 28-Jan-2026

ต้นฉบับเขียนเป็นภาษาอังกฤษ

รังสีวิทยาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โรงพยาบาล




แผนกรังสีวิทยาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์: หัวใจสำคัญของการวินิจฉัยและการรักษาแม่นยำ

:

ในโลกการแพทย์สมัยใหม่ "การมองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็น" คือกุญแจสำคัญสู่การรักษาที่ประสบความสำเร็จ แผนกรังสีวิทยาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ไม่ได้เป็นเพียงห้องถ่ายภาพเอกซเรย์เท่านั้น แต่เป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีขั้นสูงสุดที่ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นอวัยวะภายใน การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย หรือแม้แต่ระดับเซลล์มะเร็งได้อย่างละเอียดและแม่นยำ

CloudHospital เชื่อมต่อคุณกับเครือข่ายโรงพยาบาลชั้นนำทั่วโลกที่มีความพร้อมด้านศูนย์รังสีวินิจฉัย และเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เราช่วยให้คุณเข้าถึงการตรวจที่รวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนาน ในราคาที่โปร่งใสและคุ้มค่า พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางที่ได้รับการรับรองระดับสากล

บทบาทของรังสีวิทยาในการแพทย์สมัยใหม่

รังสีแพทย์ ทำงานร่วมกับแพทย์เจ้าของไข้ในเกือบทุกสาขาเฉพาะทาง เพื่อตอบโจทย์สำคัญสองประการ:

  1. การวินิจฉัยโรค : การค้นหาความผิดปกติ ระบุระยะของโรค และติดตามผลการรักษา

  2. การรักษาโรค : การใช้ภาพนำวิถีเพื่อทำการรักษาแบบรุกล้ำน้อย ผ่านทางผิวหนังหรือหลอดเลือด ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่

บริการตรวจวินิจฉัยทางรังสี

(diagnostic-radiology)

เราให้บริการประสานงานและจองคิวสำหรับบริการตรวจทางรังสีวิทยาครบวงจร ซึ่งแต่ละวิธีมีความเหมาะสมกับอวัยวะและโรคที่แตกต่างกัน:

เอกซเรย์ทั่วไป

1.-(general-x-ray)

การตรวจพื้นฐานที่รวดเร็วและประหยัดที่สุด เหมาะสำหรับการดูความผิดปกติของกระดูก ปอด และช่องท้องเบื้องต้น

อัลตราซาวด์

2.-(ultrasound)

การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการสร้างภาพ ปลอดภัยจากรังสี 100%

  • การใช้งาน: ตรวจดูทารกในครรภ์, ตรวจช่องท้อง (ตับ ไต ถุงน้ำดี), ตรวจต่อมไทรอยด์ และตรวจเส้นเลือด

แมมโมแกรม

3.-(mammogram)

การตรวจเต้านมด้วยรังสีชนิดพิเศษที่มีความละเอียดสูง เพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นมาตรฐานทองคำ สำหรับผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความเสี่ยง

การตรวจส่องกล้องด้วยรังสี

4.-(fluoroscopy)

การเอกซเรย์แบบต่อเนื่องเป็นวิดีโอ (Real-time) มักใช้ร่วมกับการกลืนแป้ง หรือสวนแป้ง เพื่อดูการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

การตรวจความหนาแน่นมวลกระดูก

5.-(dexa-scan)

เพื่อวินิจฉัยภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) และประเมินความเสี่ยงกระดูกหัก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและวัยหมดประจำเดือน

เทคโนโลยีภาพถ่ายทางการแพทย์ขั้นสูง: CT Scan และ MRI

:-ct-scan-mri

บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยสับสนระหว่างสองเทคโนโลยีนี้ การเลือกใช้เครื่องมือที่ถูกต้องจะช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำและประหยัดค่าใช้จ่าย

เอกซเรย์คอมพิวเตอร์

(ct-scan)
  • หลักการ: ใช้รังสีเอกซ์หลายมุมมาประมวลผลเป็นภาพตัดขวาง 3 มิติ

  • จุดเด่น: รวดเร็วมาก (ไม่กี่นาที) ละเอียดกว่า X-ray ทั่วไป

  • เหมาะสำหรับ: การตรวจอุบัติเหตุฉุกเฉิน, เลือดออกในสมอง, มะเร็งปอด, นิ่วในไต, และกระดูกหักที่ซับซ้อน

  • ข้อควรระวัง: มีปริมาณรังสีสูงกว่า X-ray ทั่วไป และอาจต้องฉีดสารทึบรังสี

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

(mri)
  • หลักการ: ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุ ไม่มีรังสี

  • จุดเด่น: ให้ภาพเนื้อเยื่ออ่อน เส้นประสาท และสมองที่คมชัดที่สุด

  • เหมาะสำหรับ: เนื้องอกในสมอง, โรคหลอดเลือดสมอง , หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท, การบาดเจ็บของเอ็นและกล้ามเนื้อ, และโรคของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน

  • ข้อจำกัด: ใช้เวลานาน (30-60 นาที) เสียงดัง และไม่เหมาะกับผู้ที่มีโลหะฝังในร่างกาย (เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบเก่า)

ข้อแนะนำ: หากคุณมีอาการปวดหลังเรื้อรังหรือสงสัยโรคทางสมอง ระบบประสาทและสมอง มักแนะนำให้ทำ MRI เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด

เวชศาสตร์นิวเคลียร์ : เจาะลึกระดับเซลล์

(nuclear-medicine):

เวชศาสตร์นิวเคลียร์แตกต่างจากรังสีวิทยาทั่วไปตรงที่เน้นดู "การทำงาน" ของอวัยวะ มากกว่าดูแค่ "รูปร่าง" โดยการใช้สารเภสัชรังสี ปริมาณน้อยเข้าสู่ร่างกาย

บริการหลัก:

:
  1. PET-CT Scan: เทคโนโลยีสูงสุดในการตรวจหามะเร็ง บอกระยะของโรค และประเมินว่ามะเร็งตอบสนองต่อคีโมหรือไม่ โดยดูจากการเผาผลาญพลังงานของเซลล์

  2. SPECT Scan: ใช้ประเมินการไหลเวียนเลือดในสมองและหัวใจ หรือดูกระดูก เพื่อหาการกระจายของมะเร็ง

  3. การรักษาด้วยไอโอดีนรังสี : สำหรับรักษาภาวะไทรอยด์เป็นพิษและมะเร็งไทรอยด์ โดยไม่ต้องผ่าตัด

รังสีร่วมรักษา : ผ่าตัดเล็ก แผลน้อย ฟื้นตัวไว

(interventional-radiology):

รังสีร่วมรักษาคือการปฏิวัติวงการแพทย์ที่ช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ แพทย์จะใช้เข็มหรือสายสวนขนาดเล็กเจาะผ่านผิวหนัง (ขนาดเท่ารูเข็ม) โดยใช้เครื่องมือรังสี (เช่น Ultrasound, CT) นำทางไปยังจุดที่มีปัญหา

หัตถการที่พบบ่อย:

:
  • การอุดหลอดเลือด: เพื่อหยุดเลือดออกภายใน, รักษาเนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroid), หรือรักษามะเร็งตับ โดยการตัดท่อน้ำเลี้ยงก้อนเนื้อ

  • การจี้ทำลายก้อนเนื้อ : ใช้ความร้อน หรือความเย็น จี้ทำลายก้อนมะเร็งตับ ไต หรือปอด โดยไม่ต้องผ่าตัด

  • การขยายหลอดเลือด : รักษาโรคหลอดเลือดตีบตัน ทั้งในขาและอวัยวะภายใน

  • การเจาะระบาย: ระบายหนองหรือของเสียออกจากฝีในช่องท้อง

รังสีวิทยาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โรงพยาบาล




ความปลอดภัยและมาตรฐานการป้องกันรังสี

ความกังวลเรื่อง "รังสี" เป็นเรื่องปกติ แต่ในทางการแพทย์ โรงพยาบาลในเครือ CloudHospital ยึดถือหลักการ คือการใช้ปริมาณรังสีให้น้อยที่สุดเท่าที่จะให้ผลวินิจฉัยที่ถูกต้องได้

  • เครื่องมือรุ่นใหม่: เครื่อง CT Scan รุ่น Low-dose สามารถลดปริมาณรังสีได้ถึง 50-80% เมื่อเทียบกับรุ่นเก่า

  • การควบคุม: การสั่งตรวจทุกครั้งต้องผ่านการพิจารณาจากแพทย์ว่า "ประโยชน์คุ้มค่ากว่าความเสี่ยง"

  • กลุ่มเปราะบาง: สำหรับ เด็ก และ สตรีมีครรภ์ จะมีการใช้โปรโตคอลพิเศษ หรือเลี่ยงไปใช้ Ultrasound/MRI ที่ไม่มีรังสีแทน

นวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดทางรังสีวิทยา

CloudHospital คัดสรรพันธมิตรที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด:

  • 3 Tesla MRI: เครื่อง MRI สนามแม่เหล็กสูง ให้ภาพคมชัดกว่ารุ่นมาตรฐาน เห็นรายละเอียดเส้นประสาทฝอยได้ชัดเจน และใช้เวลาตรวจสั้นลง

  • Dual-Source CT: เครื่อง CT ที่มีหลอดเอกซเรย์ 2 หัว สามารถถ่ายภาพหัวใจที่เต้นเร็วได้โดยภาพไม่ไหว เหมาะมากสำหรับผู้ป่วย

  • AI for Imaging: การใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยรังสีแพทย์อ่านผลเอกซเรย์ปอด หรือแมมโมแกรม ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเจอก้อนเนื้อขนาดเล็ก และลดความผิดพลาด

ประมาณการราคาค่ารักษาและบริการ

()

ราคาค่าบริการทางรังสีวิทยาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์มีความแตกต่างกันสูงมากในแต่ละประเทศ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าที่สุดในโลกด้วยเทคโนโลยีระดับสากลในราคาที่เข้าถึงได้

ราคาโดยประมาณ อาจมีการเปลี่ยนแปลงและยังไม่รวมค่าธรรมเนียมแพทย์หรือค่ายาเฉพาะทาง

การรักษาทางรังสีวิทยา / เวชศาสตร์นิวเคลียร์

สหรัฐอเมริกา

ตุรกี

ไทย

เกาหลีใต้

เอกซเรย์ (ทุกบริเวณ)

$100–$250

$20–$50

$25–$60

$30–$70

อัลตราซาวนด์ (ช่องท้อง / อุ้งเชิงกราน)

$200–$500

$40–$100

$50–$120

$70–$150

อัลตราซาวนด์ดอปเพลอร์

$250–$600

$50–$120

$60–$150

$80–$180

ซีทีสแกน (ทุกบริเวณ)

$500–$1,500

$80–$200

$120–$250

$150–$350

เอ็มอาร์ไอ (สมอง / กระดูกสันหลัง)

$1,000–$3,000

$150–$400

$180–$450

$250–$500

เพ็ท-ซีทีสแกน

$3,000–$7,000

$600–$1,500

$800–$2,000

$1,200–$3,000

สแกนกระดูก (เวชศาสตร์นิวเคลียร์)

$800–$2,000

$150–$500

$200–$600

$300–$700

สแกนต่อมไทรอยด์

$300–$700

$50–$120

$60–$150

$80–$200

แมมโมแกรม

$150–$400

$30–$80

$40–$100

$50–$120

ตรวจความหนาแน่นมวลกระดูก (เดกซา)

$100–$300

$20–$60

$30–$80

$40–$100

หัตถการเอกซเรย์เคลื่อนไหว

$500–$1,200

$80–$200

$100–$250

$120–$300

รังสีวิทยาหัตถการ (หัตถการเล็ก)

$2,000–$6,000

$500–$1,500

$600–$2,000

$1,000–$3,000

การรักษาด้วยไอโอดีนกัมมันตรังสี-131

$5,000–$12,000

$1,000–$3,000

$1,500–$4,000

$2,000–$5,000

การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยสารกัมมันตรังสีขณะออกแรง

$1,000–$3,000

$150–$450

$200–$600

$300–$700

ปัจจัยที่มีผลต่อราคา:

  1. เทคโนโลยี: เครื่องรุ่นใหม่ (เช่น 3 Tesla, Digital PET) จะราคาสูงกว่า

  2. สารทึบรังสี: การตรวจแบบ "ไม่ฉีดสี" จะถูกกว่าแบบ "ฉีดสี"

  3. ช่วงเวลา: โรงพยาบาลบางแห่งมีโปรโมชั่นช่วงเย็น (After-hours) ที่ราคาถูกลง

คำถามที่พบบ่อย

(faqs)

1. ทำไมต้องฉีดสารทึบรังสี ก่อนทำ CT หรือ MRI?

q:-(contrast-media)-ct-mri

สารทึบรังสีเปรียบเสมือน "สี" ที่ช่วยไฮไลท์หลอดเลือดและเนื้อเยื่อให้ชัดเจนขึ้น ทำให้แพทย์แยกแยะระหว่างก้อนเนื้อ อักเสบ หรือเนื้อเยื่อปกติได้แม่นยำขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกเคสที่ต้องฉีด ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

2. การทำ MRI เสียงดังไหม และน่ากลัวหรือไม่?

q:-mri

เครื่อง MRI ขณะทำงานจะมีเสียงดังเป็นจังหวะคล้ายเสียงตอกเสาเข็ม ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เจ้าหน้าที่จะให้คุณสวมหูฟังเพลงหรือที่อุดหู หากคุณเป็นคนกลัวที่แคบ (Claustrophobia) ปัจจุบันมีเครื่อง MRI แบบอุโมงค์กว้าง (Wide Bore) หรือแบบเปิด (Open MRI) ที่ช่วยลดความอึดอัดได้ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่เราเพื่อหาโรงพยาบาลที่มีเครื่องรุ่นนี้

3. รังสีจากการตรวจทางการแพทย์เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหรือไม่?

q:

ปริมาณรังสีที่ได้รับจากการตรวจวินิจฉัย (เช่น CT Scan) อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ทางการแพทย์ และโอกาสที่จะก่อให้เกิดมะเร็งมีน้อยมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ในการค้นหาโรคร้ายแรงให้เจอเร็วเพื่อรักษาทันท่วงที

4. หลังฉีดสีทำ CT Scan แล้วรู้สึกร้อนวูบวาบ ผิดปกติไหม?

q:-ct-scan

อาการร้อนวูบวาบตามตัวหรือรู้สึกเหมือนปัสสาวะราดขณะฉีดสารทึบรังสี เป็นอาการข้างเคียงปกติที่เกิดขึ้นชั่วคราวและจะหายไปเองในไม่กี่นาที แต่หากมีอาการคัน ผื่นขึ้น หายใจไม่ออก ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

5. ควรตรวจสุขภาพด้วยการทำ MRI ทั้งตัว หรือไม่?

q:-mri-(whole-body-mri)

การทำ Whole Body MRI เป็นทางเลือกในการคัดกรองมะเร็งและโรคหลอดเลือดสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องสุขภาพและมีกำลังทรัพย์ ข้อดีคือไม่มีรังสี แต่ราคาสูง หากไม่มีความเสี่ยงเฉพาะเจาะจง การตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไปร่วมกับ Ultrasound อาจเพียงพอ

CloudHospital ช่วยคุณเข้าถึงบริการทางรังสีวิทยาได้อย่างไร

cloudhospital

การหาคิวทำ MRI หรือ CT Scan ในโรงพยาบาลรัฐบาลอาจต้องรอนานหลายเดือน ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนมีราคาหลากหลาย CloudHospital ช่วยคุณ:

  1. เปรียบเทียบราคา: เช็คราคาแพ็กเกจจากหลายโรงพยาบาลชั้นนำได้ทันที

  2. นัดหมายด่วน: จองคิวตรวจได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง ไม่ต้องรอนาน

  3. Second Opinion: ส่งไฟล์ภาพเก่าของคุณให้ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศช่วยอ่านผลซ้ำ (Remote Radiology)

  4. บริการครบวงจร: เราดูแลตั้งแต่การจองคิว รถรับส่ง จนถึงการแปลผลตรวจ

การเตรียมตัวและการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย

เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนที่สุด การเตรียมตัวของผู้ป่วยสำคัญมาก:

  1. ก่อนการตรวจ:

    • งดน้ำและอาหาร: โดยทั่วไป 4-6 ชั่วโมง สำหรับการตรวจช่องท้องหรือการตรวจที่ต้องฉีดสี

    • ยาประจำตัว: แจ้งแพทย์ล่วงหน้า ยาบางชนิด (เช่น ยาเบาหวาน Metformin) อาจต้องงดก่อนทำ CT Scan

    • การแต่งกาย: ควรสวมเสื้อผ้าที่ไม่มีโลหะ หรือเปลี่ยนชุดที่โรงพยาบาลเตรียมให้ ถอดเครื่องประดับทุกชนิด

    • ประวัติแพ้: ต้องแจ้งประวัติการแพ้อาหารทะเลหรือสารทึบรังสีอย่างเคร่งครัด

  2. ระหว่างการตรวจ:

    • ต้องนอนนิ่งๆ ตามคำแนะนำของนักรังสีเทคนิค การขยับตัวเพียงนิดเดียวอาจทำให้ภาพเบลอและต้องเริ่มใหม่

    • สำหรับการทำ MRI อาจมีเสียงดังรบกวน จะมีการสวมหูฟังให้

  3. หลังการตรวจ:

    • หากมีการฉีดสารทึบรังสี ควรดื่มน้ำมากๆ (1-2 ลิตร) ใน 24 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยขับสารออกจากร่างกายทางปัสสาวะ

    • สังเกตอาการแพ้ล่าช้า เช่น ผื่นคัน หายใจลำบาก หากมีอาการให้รีบพบแพทย์

รังสีวิทยาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โรงพยาบาล




สรุป

เทคโนโลยีทางรังสีวิทยาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์คือกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนการรักษาแบบ "เดา" ให้เป็นการรักษาที่ "รู้จริง" ไม่ว่าคุณจะต้องการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุของโรค หรือต้องการการรักษาแบบรังสีร่วมรักษาที่เจ็บน้อยและฟื้นตัวเร็ว การเลือกโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือพร้อมและทีมรังสีแพทย์ที่เชี่ยวชาญคือสิ่งสำคัญที่สุด

อย่าปล่อยให้ความสงสัยทำลายสุขภาพของคุณ ตรวจให้รู้ รักษาให้ตรงจุด กับโรงพยาบาลคุณภาพระดับโลกผ่าน CloudHospital

ขอใบเสนอราคาและแผนการตรวจฟรี
นัดหมายแพทย์และจองคิวตรวจ